ในยุคที่ BIM และ VDC กำลังขยายขอบเขตไปไกลกว่าการเป็นเพียงแบบจำลองอาคารหรือโครงสร้าง การเข้าใจ “สิ่งที่อยู่ใต้พื้น” ก็สำคัญไม่แพ้สิ่งที่อยู่เหนือพื้นดิน ล่าสุด Mott MacDonald บริษัทที่ปรึกษาวิศวกรรมระดับโลก ได้ส่งสัญญาณชัดเจนว่าการเชื่อมข้อมูลดินเข้าสู่โลกดิจิทัลคือตัวเร่งอนาคต ด้วยการลงทุนใน SAALG Geomechanics สตาร์ทอัพจากบาร์เซโลนาที่พัฒนาแพลตฟอร์ม Daarwin สำหรับวิเคราะห์พฤติกรรมดินแบบเรียลไทม์
Mott MacDonald Ventures ซึ่งเป็นแขนด้านการลงทุนขององค์กร ได้เข้าถือหุ้นใน SAALG ด้วยมูลค่ากว่า 0.5 ล้านยูโรการเคลื่อนไหวนี้ไม่ได้เป็นเพียงการสนับสนุนสตาร์ทอัพ แต่เป็นการวางเดิมพันกับอนาคตของการก่อสร้างที่ผสาน ข้อมูลดิน เข้ากับ โมเดลดิจิทัล อย่างเต็มรูปแบบ
การลงทุนยังได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรรายอื่น ๆ เช่น Scale Lab Andorra และ CEMEX Ventures ซึ่งสะท้อนว่าตลาดให้ความสนใจอย่างจริงจังกับเทคโนโลยี geotechnical แบบนี้
Daarwin คืออะไร
Daarwin เป็นซอฟต์แวร์วิเคราะห์พฤติกรรมดินระหว่างการก่อสร้าง โดยใช้แนวคิด Real-time Backanalysis — เปรียบเทียบข้อมูลจากเครื่องมือวัดในไซต์ เช่น piezometers, inclinometers, หรือ strain gauges กับแบบจำลองดิจิทัล (digital twin) ของพื้นที่ก่อสร้าง
ผลลัพธ์คือ ข้อมูลพฤติกรรมดินที่แม่นยำและทันสถานการณ์ ซึ่งสามารถแจ้งเตือนหรือปรับการออกแบบให้เหมาะสมได้ตลอดกระบวนการก่อสร้าง ไม่ต้องรอจนเกิดปัญหาแล้วค่อยแก้
สำหรับคนทำงาน BIM/VDC นี่คือการเพิ่ม “เลเยอร์ข้อมูล” ที่มักจะหายไปจากโมเดล — ข้อมูลดินแบบไดนามิกสามารถผนวกเข้ากับโมเดลโครงสร้างใน Revit, Civil 3D หรือแพลตฟอร์มตรวจสอบอย่าง Navisworks และ Solibri เพื่อให้ทีมโครงการเห็นทั้งมิติด้านสถาปัตยกรรม โครงสร้าง ระบบ และพื้นฐานดินที่รองรับทั้งหมด
เมื่อนำข้อมูลจาก Daarwin มาเชื่อมกับ Moata (แพลตฟอร์มดิจิทัลของ Mott MacDonald) ก็สามารถสร้างแดชบอร์ดวิเคราะห์ real-time ที่ช่วยให้ผู้จัดการโครงการ วิศวกร และเจ้าของงานตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น
Daarwin ให้บริการในรูปแบบ SaaS (Software as a Service) ผ่านระบบสมาชิก (subscription) ที่สามารถเข้าถึงได้จากทุกที่ นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมฝึกอบรมและสนับสนุนทีมงานในโครงการ เพื่อให้การนำไปใช้งานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
รูปแบบนี้ช่วยให้บริษัทก่อสร้างและที่ปรึกษาสามารถนำเทคโนโลยีไปใช้ได้โดยไม่ต้องลงทุนระบบเซิร์ฟเวอร์หรือโครงสร้างพื้นฐานเอง ลดอุปสรรคด้านต้นทุนและระยะเวลา
Observational Method
หนึ่งในวิธีการสำคัญที่ SAALG และ Mott MacDonald ต้องการผลักดัน คือ Observational Method through Progressive Modification ซึ่งเป็นกระบวนการออกแบบและปรับปรุงตามผลลัพธ์จริงจากไซต์งานอย่างต่อเนื่อง วิธีนี้ช่วยให้การออกแบบและการก่อสร้างตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้ทันที เพิ่มความปลอดภัยและลดความเสี่ยง
ในประเทศไทย ที่หลายพื้นที่มีชั้นดินอ่อนหรือมีความเสี่ยงด้านเสถียรภาพโครงสร้าง การมีเครื่องมือที่สามารถติดตามและวิเคราะห์พฤติกรรมดินแบบเรียลไทม์จะช่วยให้ทีม BIM/VDC และวิศวกรโครงการลดปัญหาหน้างาน ป้องกันความเสียหาย และปรับแผนงานได้ทันก่อนเกิดวิกฤติ
นอกจากนี้ การเชื่อมข้อมูลจาก Daarwin เข้ากับโมเดล BIM ยังช่วยให้การประเมินต้นทุนและเวลาสร้างมีความแม่นยำมากขึ้น
การลงทุนของ Mott MacDonald ใน SAALG Geomechanics เป็นสัญญาณว่าอนาคตของ BIM/VDC ไม่ได้หยุดแค่การสร้างโมเดลอาคารหรือโครงสร้าง แต่กำลังขยายไปสู่การสร้าง Digital Twin ที่ครอบคลุมตั้งแต่พื้นดินขึ้นไปจนถึงชั้นบนสุดของอาคาร
เทคโนโลยีลักษณะนี้จะทำให้ข้อมูลและการตัดสินใจในโครงการวิศวกรรมมีความแม่นยำ ปลอดภัย และคุ้มค่ามากขึ้น
ที่มา: https://aecmag.com/civil-engineering/mott-macdonald-invests-in-geotechnical-startup-saalg/

ใส่ความเห็น