Autodesk บริษัทซอฟต์แวร์ออกแบบชื่อดัง ประกาศแผน เลิกจ้างพนักงาน 1,350 ตำแหน่ง หรือคิดเป็น 9% ของจำนวนพนักงานทั้งหมด การตัดสินใจครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของบริษัทให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของระบบการขาย และรักษาความเป็นผู้นำด้าน Cloud Computing และ AI
Autodesk กับแนวโน้มการปรับโครงสร้างในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
การลดจำนวนพนักงานของ Autodesk เกิดขึ้นท่ามกลางแนวโน้มของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่มีการปรับโครงสร้างกันอย่างต่อเนื่อง บริษัทใหญ่หลายแห่ง เช่น Meta, Google, Workday และ HP ก็ประกาศปลดพนักงานเพื่อลดต้นทุน และปรับตัวให้เข้ากับสภาพเศรษฐกิจ
- Meta ประกาศลดพนักงาน 5%
- Workday ซึ่งเป็นผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ HR และการเงิน ปลดพนักงาน 8.5%
- Google ลดจำนวนพนักงานในแผนก HR และ Cloud
- HP ประกาศลดพนักงานลง 1,000 – 2,000 คน หรือคิดเป็นน้อยกว่า 4% ของทั้งหมด
Autodesk เองก็กำลังเผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนและการแข่งขันในตลาดเทคโนโลยี การลดพนักงานครั้งนี้จึงเป็นกลยุทธ์หนึ่งในการรักษาสมดุลทางการเงิน และรองรับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ
เหตุผลเบื้องหลังการปรับโครงสร้างของ Autodesk

Chris Ratcliffe | Bloomberg | Getty Images
Andrew Anagnost ซีอีโอของ Autodesk อธิบายว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นจากการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของ โมเดลธุรกิจการขายและการให้บริการของบริษัท โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจาก Autodesk เปลี่ยนไปใช้ โมเดลการสมัครสมาชิก (Subscription Model) และสัญญาระยะยาวที่เรียกเก็บเงินรายปี
นอกจากนี้ Autodesk ยังให้ความสำคัญกับการ พัฒนาแพลตฟอร์มบริการตนเอง (Self-Service), การเรียกเก็บเงินโดยตรง (Direct Billing), และการเพิ่มประสิทธิภาพช่องทางจัดจำหน่าย
“การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ช่วยให้เราสามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น รวมถึงปรับปรุงโครงสร้างองค์กรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด” – Andrew Anagnost
นั่นหมายความว่า Autodesk กำลังพยายามลดการพึ่งพาพนักงานในบางส่วน และใช้เทคโนโลยีเข้ามาแทนที่เพื่อทำให้การดำเนินงานมีความรวดเร็วขึ้น ลดต้นทุน และเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า
ผลกระทบของการปรับโครงสร้างต่ออุตสาหกรรม BIM
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจมีผลกระทบต่อวงการ BIM (Building Information Modeling) เนื่องจาก Autodesk เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ BIM รายใหญ่ที่สุดของโลก โดยเฉพาะ AutoCAD, Revit, Navisworks และ BIM 360
ในระยะสั้น การลดจำนวนพนักงานอาจส่งผลต่อการให้บริการและการสนับสนุนลูกค้า อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว Autodesk อาจใช้ AI และระบบอัตโนมัติ มาช่วยลดภาระงานที่ต้องใช้แรงงานมนุษย์ และทำให้การให้บริการมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ประเด็นที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่:
- การเปลี่ยนแปลงของโมเดลการสมัครใช้งานซอฟต์แวร์
- การปรับปรุงระบบ Cloud-based BIM
- การนำ AI มาช่วยปรับปรุงกระบวนการออกแบบและตรวจสอบโมเดล
- การลดการพึ่งพาทีมสนับสนุนแบบดั้งเดิม
ต้นทุนและผลประกอบการของ Autodesk หลังการปรับโครงสร้าง
Autodesk คาดว่าจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างองค์กร 135-150 ล้านดอลลาร์ แต่แม้จะมีการปลดพนักงาน รายได้ของบริษัทก็ยังคงเพิ่มขึ้น
- รายได้ไตรมาสที่ 4 1.64 พันล้านดอลลาร์ (เพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อน)
- กำไรต่อหุ้นที่ปรับแล้ว 2.29 ดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.14 ดอลลาร์
- คาดการณ์รายได้ไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2026 ที่ 1.6 – 1.61 พันล้านดอลลาร์
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าแม้จะมีการปรับลดพนักงาน แต่ Autodesk ยังคงสามารถทำกำไรได้ดี
อนาคตของ Autodesk และอุตสาหกรรม BIM
แม้ว่าการปลดพนักงานจะส่งผลกระทบต่อพนักงานหลายคน แต่ในระยะยาว Autodesk อาจกลายเป็นองค์กรที่คล่องตัวขึ้นและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น
สิ่งที่น่าจับตามองต่อไปคือ:
- การพัฒนา AI และ Cloud-based Solutions – Autodesk อาจลงทุนใน AI มากขึ้นเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ของลูกค้า
- การเปลี่ยนแปลงของแพลตฟอร์ม Subscription – ลูกค้าอาจได้เห็นโมเดลการสมัครสมาชิกที่แตกต่างไปจากเดิม
- การขยายตลาดไปสู่ Digital Twin และ Metaverse – ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ที่อาจมีผลต่ออุตสาหกรรม BIM
โดยรวมแล้ว การปรับโครงสร้างของ Autodesk อาจทำให้บริษัทสามารถรักษาความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมออกแบบและ BIM ได้ต่อไป แต่ก็ต้องรอดูว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะกระทบต่อลูกค้าและพาร์ทเนอร์ในระยะยาวหรือไม่
สรุป
- Autodesk ประกาศ ปลดพนักงาน 1,350 คน หรือ 9% ของพนักงานทั้งหมด
- เป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุง โมเดลธุรกิจและโครงสร้างองค์กร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
- การลดจำนวนพนักงานเกิดขึ้นท่ามกลางแนวโน้มการปรับโครงสร้างของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ เช่น Meta, Google และ HP
- แม้จะมีการปลดพนักงาน แต่ Autodesk ยังคงทำกำไรสูงกว่าที่คาดการณ์
- อนาคตของ Autodesk จะมุ่งเน้นไปที่ AI, Cloud, และ Digital Twin
การตัดสินใจของ Autodesk ครั้งนี้เป็นสัญญาณว่า BIM และอุตสาหกรรมการออกแบบกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีมากขึ้น บริษัทต่างๆ จึงต้องปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ใส่ความเห็น